Old Grand Dad Bourbon 114

Old Grand Dad Bourbon 114

สี: คอปเปอร์

รุ่นปี: –

วิสกี้สัญชาติอเมริกันที่ถูกกลั่นในถัง Bourbon ผสมผสานด้วยวัตถุดิบจากด้วยข้าวไรย์สุดคลาสสิก ให้สัมผัสที่นุ่มนวลอย่างเหลือเชื่อ และมีบุคลิกภาพที่แสดงถึงจิตวิญญาณแห่งความแข็งแกร่ง กลิ่นหอมเฉพาะตัวส้มเบอร์รี่รสเผ็ดพร้อมกลิ่นยาสูบและรสหวานจัดจ้าน และให้รสชาติข้าวไรย์มากมายที่หาตัวจับยากและได้รับคำชมเชยมากมายจากทั่วทุกสารทิศ

กลิ่น: ที่จมูกมีกลิ่นที่ให้ความรู้สึกหวานแะลเผ็ดแต่ไม่ร้อนแรงจัดจ้านอย่างที่คิด กลิ่นหอมจากผลไม้แห้งผสมผสานความหวานจากเครื่องเทศไรย์ คาราเมล ขนมปังอบ และอบเชย ที่มีกลิ่นซับซ้อนอันทรงพลังเป็นอย่างมาก

รสชาติ: เรียกได้ว่าเป็นวิสกี้เบอร์เบิ้นรสชาติกลมกล่อมที่หาตัวจับยากสุดๆ มีความทรงพลังไม่เหมาะกับคนคออ่อน แม้จะมีพลังแต่ไม่รุนแรงหรือฉุนเกิน ที่เพดานปากเน้นรสชาติจากข้าวโพดป่น ซีเรียล เปลือกส้ม ดาร์กช็อกโกแลตและท๊อฟฟี่ มีความซับซ้อนแต่ทรงพลังและมั่นใจแบบสุดๆ

เหล้านอก

New Riff Kentucky Straight Bourbon

New Riff Kentucky Straight Bourbon

สี: คอปเปอร์

รุ่นอายุ: 4 ปี

วิสกี้จากรัฐ Kentucky ที่มีส่วนผสมจากข้าวไรย์เข้มข้น ให้รสชาติที่มีความเผ็ดร้อนและกลิ่นเฉพาะตัวจากบัตเตอร์สก็อตช์ ด้วยอายุ 4 ปีในถังไม้โอ๊คที่ไหม้เกรียมใหม่ ที่ได้รับความนิยม

กลิ่น: มีกลิ่นหอมเฉพาะตัวที่ได้จากบัตเตอร์สก็อตช์และโอ๊คสดผสมกับเครื่องเทศวานิลลาและข้าวไรย์หอมเข้มข้นที่จมูก

รสสัมผัส: มีรสชาติที่เพดานปากจากกลิ่นของวนิลาหวาน รสชาติของอบเชย กานพลู เบอร์รี่สีเข้มและพริกไทยขาวที่หลงเหลือคงค้างอยู่อย่างยาวนาน โดยรววมมีรสสัมผัสให้ความรู้สึกแบบครีมมี่แต่มีความเผ็ดร้อนแรงแบบเป็นธรรมชาติจากข้าวไรย์และต้นโอ๊ค

SPIRITS TYPE
SPIRITS STYLE
ABV
50%
TASTE
Rich, Vanilla, Cinnamon, Clove, Long
เหล้านอก

Evan Williams Black Kentucky Straight Bourbon

Evan Williams Black Kentucky Straight Bourbon

สี: ดาร์คโกลด์

รุ่นอายุ: 1783

เรียกได้ว่าเป็นวิสกี้ที่มีชื่อเสียงมากจากสหรัฐอเมริกาหรือที่รู้จักอีกชื่อก็คือแบล็กเลเบิ้ลนั่นเอง ซึ่งไม่ว่าใครก็รู้จักเป็นอย่างดีสำหรับชื่อนี้ เป็นวิสกี้ที่สุกนานเป็นพิเศษ มีรสชาติที่เข้มข้นและสมบูรณ์จากวิสกี้ชั้นดีในราคาที่ดี

กลิ่น: มีความซับซ้อนและผสานกันแบบเฉพาะตัว มีความนุ่มละเอียดและหวานจาก น้ำเชื่อม, น้ำตาล, วานิลลา, ขนมปังปิ้งและไม้ไหม้เกรียม

รสชาติ: เป็นวิสกี้ที่มีรสชาติเนียนนุ่มและอบอุ่น มีรสชาติจากแอลกอฮอล์เล็กน้อย มีความหวานนำของน้ำตาล, น้ำเชื่อม, ข้าวโพด, คาราเมล, วานิลลา, ไม้และยาสูบทำให้มีรสค่อนข้างขม เสร็จสิ้นให้รสสัมผัสที่มีความสั้นและหยาบจากการเผาไหม้ด้วยแอลกอฮอล์ที่ใช้เป็นส่วนผสม

เหล้านอก

A.H. Hirsch Reserve 16 Years Old

A.H. Hirsch Reserve 16 Years Old

สี: ทองเข้ม

รุ่นอายุ: 16 ปี

วิสกี้ที่ถูกบ่มในถังอเมริกันสเตรทบูร์บอง โดยสำหรับวิสกี้บรรจุขวดอย่าง AH Hirsch รุ่นอายุ 16 ปี นี้ ได้ถูกกลั่นขึ้นมาในฤดูใบไม้ผลิปี 1974 จากโรงกลั่น Michter’s Distillery ที่ซึ่งได้ปิดตัวไปในปี 1988 เรียบร้อยแล้ว

กลิ่น: เป็นวิสกี้ที่มีกลิ่นของคาราเมลและเครื่องเทศโอ๊ค ผสมผสานกับกลิ่นอ่อนๆจากทอฟฟี่และวานิลลาตามด้วยกลิ่นโอ๊คแห้งด้วยควัน เครื่องเทศอบ และพริกไทยดำเล็กน้อย

รสสัมผัส: มีความหวานที่เข้มข้นติดที่จมูกจากวานิลลาครีมและคาราเมล ตามด้วยรสชาติของเครื่องเทศโอ๊ค เพดานปากสะท้อนกลิ่นบนจมูกด้วยชั้นที่ซับซ้อนเรียบๆ เผยให้ได้กลิ่นอ่อนๆจากทอฟฟี่และวานิลลา ตามด้วยกลิ่นโอ๊คแห้งด้วยควัน เครื่องเทศอบ และพริกไทยดำเล็กน้อย

เหล้านอก

Willett Family Estate Single Barrels

Willett Family Estate Single Barrels

สี: ทองเข้ม

รุ่นอายุ:  6 ปี

วิสกี้จากสหรัฐอเมริกาจากโรงกลั่นแห่งรัฐ Kentucky ซึ่งได้มันถูกบ่มในถังไม้โอ๊คขาวที่มีการคัดเลือกมาอย่างดีเป็นเวลาถึงหกปี แอลกอฮอล์เข้มข้น 58.6%

กลิ่น: เป็นกลิ่นที่แสดงออกมาเป็นเอกลักษณืชัดเจนจากความเข้มข้นของวานิลลา ฟัดจ์ และคาราเมลไหม้เป็นอันดับแรก ตามด้วยกลิ่นของเปปเปอร์มินต์ ข้าวไรย์ และเครื่องหนัง มีโน้ตของขี้เลื่อยอยู่ด้วยเป็นกลิ่นที่มีความซับซ้อน

รสชาติ: รสชาติกลมกล่อมและเผ็ดเล็กน้อย มีกลิ่นของวานิลลาพร้อมกับกลิ่นของน้ำผึ้ง ส้ม และชาดำ และในเวลาต่อมาได้มีการพัฒนาโน้ตของอบเชยและสะระแหน่ นอกจากนี้ยังมีรสชาติที่หวานขึ้นจากอบเชย ลูกจันทน์เทศ และกลิ่นช็อกโกแลตนมในตอนท้ายอีกด้วย

เหล้านอก

E. H. Taylor Old Sour Mash Bourbon

E. H. Taylor Old Sour Mash Bourbon

สี:เหลืองทอง

รุ่นปี: 2011 ปี

วิสกี้ที่ถูกบอกเล่าเรื่องราวผ่าน พันเอก อี.เอช. เทย์เลอร์ สำหรับขวดนี้ โดยผ่านกระบวนการกลั่นวิสกี้ชั้นดีที่อัดแน่นเต็มเปี่ยมไปด้วยรสชาติและความเป็นเอกลักษณ์

กลิ่น: กลิ่นหอมของดอกไม้ช่วยเพิ่มความหอมหวาน ตามด้วยขนมปังอบใหม่ จากกลิ่นของน้ำผึ้ง ขนมปังปิ้ง และเครื่องเทศบนเพดานที่เบาบางจนน่าประหลาดใจ ตามด้วยกลิ่นหอมสะอาดจากการเครื่องหนังที่มีความเป็นเอกลักษณ์

รสสัมผัส: มีรสชาติหวานหอมของข้าวโพดคาราเมล ผสมกับบัตเตอร์สก็อตช์และชะเอมเทศ มีรสที่ค้างอยู่ในลำคอเป็นกลิ่นที่มีความนุ่มนวลซึ่งเปลี่ยนเป็นเครื่องเทศอันละเอียดอ่อนของพริกไทยและยาสูบตามมาภายหลัง

เหล้านอก

Old Rip Van Winkle 25 Years Old

Old Rip Van Winkle 25 Years Old

สี: ทองเข้ม

รุ่นอายุ: 25 ปี

วิสกี้เบอร์เบิ้นสีทองเข้มอร่ามที่ได้ถูกกลั่นครั้งแรกที่ Stitzel-Weller ซึ่งได้ถูกผลิตผ่านโรงกลั่น Old Rip Van Winkle และบรรจุขวดโดย Buffalo Trace

กลิ่น: มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์และมีความหอมเฉพาะตัวจากวนิลาผสานกับคาราเมลและกลิ่นเฉพาะตัวของซอฟต์อ็คที่ได้นำมากลั่นลงในวิสกี้ขวดนี้

รสสัมผัส: ได้รสชาติของไม้โอ๊คที่โดดเด่นจากเบอร์เบิ้นอายุ 25 ปี ซึ่งเบอร์เบิ้นข้าวสาลีมักจะมีอายุมากอยู่แล้ว มีความหวานของน้ำตาลที่ช่วยรักษาสมดุลและความซับซ้อนของรสชาติได้อย่างยอดเยี่ยมให้กับต้นโอ๊ก เสร็จสิ้นเรียกได้ว่าเป็นวิสกี้ระดับกลางที่มีความหนาและความเป็นกรดน้อยมาก ให้รสชาติที่น่าแปลกใจสำหรับเบอร์เบิ้นที่มีอายุเพียงหนึ่งศตวรรษเท่านั้น

เหล้านอก

Mehofer Zweigelt Neudegg 2018

Mehofer Zweigelt Neudegg 2018

สี: แดงทับทิมสดใส

รุ่นปี 2018

สำหรับเจ้าไวน์จากออสเตรเลียตัวนี้นั้นได้ถูกตั้งตามชื่อของ หมู่บ้าน Neudegg ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่อยู่เหนือสุดแห่งในภูมิภาค Wagram โดยจุดเด่นอยู่ที่องุ่นที่ได้ผ่านการคัดสรรมาเป็นอย่างดีเพื่อใช้เป็นวัตถุดิบหลักในกระบวนการผลิต

กลิ่น: มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเชอร์รี่และเบอร์รี่สีแดงผสานกับไม้ซีดาร์ที่ละเอียดอ่อน มีกลิ่นที่ออกจากเผ็ดจากกลิ่นของดาร์กช็อกโกแลตและเนื้อครีมเนียนนุ่มในปากผสมผสานกับผลไม้และแทนนินเนื้อนุ่ม

รสสัมผัส: รสชาติมีความเผ็ดเล็กน้อยผสานกับความนุ่มนวลของครีมมี่ มีบุคลิกมีเสน่ห์ สง่างาม มีความเป็นรสผลไม้รวมจากรสชาติขององุ่นพันธุ์ Zweigelt และฟรุ้ตตี้จากตระกูลเบอร์รี่สีแดงเข้มข้น ให้รสชาติที่มีความกลมกล่อม จับคู่ทานกับพวก Charcuterie, เนื้อกวาง, ชนิทเซลและไส้กรอกพร้อมสมุนไพร ยิ่งสามารถเพิ่มพูนรสชาติให้ดียิ่งขึ้นได้อีก

เหล้านอก

Macallan

Macallan

 แนะนำเหล้าเทสดี รสชาติเยี่ยมวันนี้ มาจากแบรนด์ The Macallen
เหล้าสุดหรู ติดระดับ Luxury แบรนด์ เป็นเหล้าที่ถูกขนานนามว่า วิสกี้ที่ต้องกินก่อนตาย
ไม่ใช่แค่เพราะ The Mccallen จะมีดีแค่ราคาสูงลิ่ว แต่ประวัติศาสตร์ และการทำเหล้าของเค้า
บอกเลยว่าบรรลุสัจธรรมการดื่มวิสกี้กันเลยทีเดียว

 ด้วยประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน The Mccallen ถือว่าเป็นโรงกลั่นเหล้าโรงแรกๆของ Scotland เชียวนะ
ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 1824 โดยผู้ที่มีนามว่า Alexander Reid ซึ่งเป็นชาวนาและแถมยังเป็นคุณครูอีกด้วย
โอ้โห ถือว่าเป็นคุณครูที่มีงานอดิเรกผลิตเหล้าจนประสบความสำเร็จจริงๆ ยังไม่พอ เค้าก่อตั้งโรงกลั่นเหล้าขึ้นกับบาทหลวงในพื้นที่นั้น
เรียกได้ว่าทั้งสองมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการผลิตเหล้าชั้นดีออกมาให้คนทั้งโลกได้เห็นจริงๆ

 และ The Mccallen ก็เป็นเหล้าชั้นยอด ที่ให้ความสำคัญกับทั้งวัตถุดิบ
และกระบวนการการผลิตเหล้าที่สุดแสนจะละเอียดละออ ในขณะเดียวกันก็ยังทำการตลาดได้เยี่ยมสุดๆไปเลย
มีแพคเกจจิ้งที่น่าสนใจ และมีเหล้าลิมิเตทอิดิชั่นที่ใครๆก็อยากได้มาสะสมไว้โชว์ที่บ้าน

 และข้อมูลที่น่าสนใจ ที่ทำให้ The Mccallen เป็นแบรนด์เหล้าที่เหนือระดับก็คือไม้โอ้ค
เพราะเรารู้กันดีอยู่แล้วว่า ถังไม้โอ๊คที่ใช้หมักเหล้า ก็ทำให้เหล้ามีรสชาติที่แตกต่างกันออกไปได้
และที่ The Mccallen ให้ความสำคัญกับไม้ที่นำมาทำถังหมักอย่างมาก เริ่มตั้งแต่จิ้มเลือกต้นไม้ที่สเปน ตัดต้นไม้
เลื่อยและผึ่งลมให้ไม้โอ๊คแห้ง ก่อนส่งไปอบแห้งอีกครั้งเพื่อลดความชื้นของไม้และกระบวนการสร้างถังไม้โอ๊ค
ของ The Mccallen ก็ใช้เวลาในกระบวนการทั้งหลายเหล่านี้ นานกว่า 18 เดือนกันเลยทีเดียว
นี่ถือว่าเป็นหนึ่งในเหตุผลที่คุณต้องลองชิมเหล้าจาก The Mccallen ให้ได้แล้วล่ะ

และหนึ่งใน collectionที่น่าสนใจ จาก The Mccallen ก็คือ The Quest Collection
ที่สะท้อนถึงการเดินทางข้ามทวีปของวัฒนธรรมและภูมิประเทศ โดยที่ The Mccallen บอกว่า
ผู้คนที่ได้ลองลิ้มรสวิสกี้จาก collection นี้ ก็จะได้รับรู้ถึงรสชาติ และกลิ่นหอมอโรม่าที่ดีที่สุดแน่นอน
และใน collection นี้ก็ประกอบไปด้วย The Mccollen quest ที่ผสมผสานความลงตัวระหว่างผลไม้รสเปรี้ยว
และความหวานจากวนิลาโอ๊ค ต่อไปเป็น Luminaที่เป็นวิสกี้รสจัดจ้านไปด้วยเครื่องเทศและขิง

 ขวดที่สาม คือ Terra เป็นการผสมผสานกันอย่างลงตัวผลไม้แห้งรสหวานและเครื่องเทศจากไม้นานาชนิด และขวดสุดท้ายก็คือ Enigma
ที่เด็ดที่สุด single malt ที่เข้มข้น วนิลาและผลไม้แห้ง สนนราคาอยู่ที่ขวดละประมาณ 7,900 บาท
แต่ก็อย่างที่เปิดไปต้นคลิป นี่คือวิสกี้เราคุณควรได้ลองก่อนตาย หากคุณคือแฟนวิสกี้ตัวยง
หากใครดูแล้วสนใจ ก็ลองหามาดื่มมาครอบครองกันได้เล้ย

เหล้านอก

Auchentoshan

Auchentoshan

แนะนำเหล้าเทสดี รสชาติเยี่ยมวันนี้ มาจากแบรนด์ Auchentoshan
หลายคนอาจจะได้ยินแล้วพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ห้ะ! แบรนด์อะไรนะ?
เพราะไม่คุ้นหูนักกับชื่อแบรนด์นี้ ดูอ่านยาก ออกเสียงก็ยาก
แต่นั่นก็เพราะเจ้า Auchentoshan นี้ เป็นภาษาสก๊อตแลนด์และส่งตรงมาจากสก๊อตแลนด์นู้นนเลย
เหล้าตัวนี้บอกเลยว่า เป็นเหล้าชั้นดี แถมยังมีประวัติที่ยาวนาน รับรองคุณจะไม่ผิดหวัง
ใครอยากรู้แล้วว่า มันคือเหล้าอะไร เป็นมายังไง แล้วรสชาติมันจะโอเคไหม
สั่งมาแล้วจะผิดหวังรึเปล่า มาดูกันเล้ย

Auchentoshan ออกเสียงว่า ออ เคน โท แชน นั่นเอง
เจ้า Auchentoshan เป็น whisky แบบ single malt whisky
คุณอาจจะงงว่า single malt whisky คืออะไร
Single malt whisky คือ whisky ที่ผลิตจาก malt 100% ไม่มีอย่างอื่นผสมเลย
ซึ่งบอกเลยว่ามันรสชาติดีมากๆ เลยทีเดียวนะ
และ Auchentoshan ก็เป็น single malt whisky ที่มาจาก lowland Scotland
อันนี้เกล็ดเล็ก เกล็ดน้อยสำหรับคุณผู้ชม
สถานที่ที่ใช้ผลิต single malt whisky เนี่ย มีอยู่ 6 พื้นที่หรือ 6 เขตเท่านั้นเอง และแน่นอนว่า
Whisky ที่มาจากแต่ละพื้นที่ จะมีรสชาติเฉพาะที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง นั่นก็เพราะมอลต์ที่เก็บเกี่ยวได้
จากแหล่งที่มาที่ต่างกัน จะทำให้รสชาติของ whisky ออกมาแตกต่างกันนั่นเอง

และ lowland ที่ผลิต Auchentoshan เป็นพื้นที่ลาบลุ่ม โดยที่มอลต์ที่เก็บเกี่ยวได้จากพื้นที่นี้
จะมีลักษณะเบาและแห้ง แต่จะเต็มไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ และพืชพรรณ แถมความสดชื่นที่บางเบาในตอนท้าย
เลยทำให้ whisky Auchentoshan เป็น whisky ที่ดื่มง่ายมากๆ

Auchentoshan เป็นแบรนด์ที่มีความเป็นมาอย่างยาวนาว
ก่อตั้งตั้งแต่ปี 1823 เลย
โอ้โห ผ่านมาแล้วกว่า 199 ปี เกือบ 200 ปีแล้วนะเนี่ย
แล้ว Auchentoshan ก็เป็นแบรนด์ที่ค่อนข้างลุ้มลุกคลุกคลานพอสมควร
ช่วงสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ก็โดนบึ้มโรงกลั่นเหล้า ทำให้ต้องหยุดผลิตไปนานหลายปีมากๆเลยล่ะ
แต่ด้วยความอึด ถึก ทน ของแบรนด์ ทำให้ Auchentoshan กลายเป็นแบรนด์ที่ผลิต whisky
ที่ดีที่สุดแบรนด์นึงของโลกเลยก็ว่าได้
และเค้ายังใช้วิธีการผลิตที่ เหนือชั้นด้วยการกลั่นถึง3ครั้ง นั่นก็เพราะ เพื่อทำให้เหล้าที่คุณดื่มจาก Auchentoshan
มีรสชาติที่ยอดเยี่ยมที่สุด เพราะการกลั่น 3 ครั้งจะทำให้สารปนเปื้อนในเหล้านั้นหายไป
คงไว้ซึ่งกลิ่นและรสชาติอันบริสุทธิ์ของมัน

และ Auchentoshan ก็ภูมิใจกับวสัยทัศน์และเหล้าของพวกเค้ามากๆ เพราะผลิตแต่ละหยดอย่างตั้งใจ และหากคุณมีโอกาสได้ไปเที่ยวสก๊อตแลนด์ละก็ สามารถเข้าเยี่ยมชมโรงกลั่นของเค้าได้อีกด้วย
ค่าบัตรก็ราวๆ 700 บาทเท่านั้นเอง

และ Auchentoshan ก็มีเหล้าออกมาหลากหลายและที่ถูกอกถูกใจนักดื่มวิสกี้มากที่สุดก็คือเจ้า
12 YEAR OLD SINGLE MALT SCOTCH WHISKY ที่สนนราคาอยู่ที่ขวดละประมาณสองพันนิดๆ เท่านั้น
ส่วนรสชาติไม่ต้องพูดถึง single malt แถมยังกลั่นถึงสามครั้ง จึงถูกใจนักรีวิว และออกปากว่าเป็นวิสกี้ที่ดีและ
ดื่มง่ายมาก
แถมยังถูกขนานนามให้เป็น Breakfast Whisky กันเลยทีเดียว อะไรมันจะสดชื่นและดื่มได้ในยามเช้าขนาดนั้น
น่าลองมากๆเลยใช่ไหมล่ะ
ฟังมาถึงตรงนี้ ก็เชื่อว่าหลายคน อยากรู้ว่ารสชาติและคุณภาพจะสมคำร่ำลือไหม ก็ลองหามาดื่มกันได้เล้ย

เหล้านอก